ข้อคิดเพื่อชีวิตที่ดี  

"..อดีตที่ดี ย่อมเป็นพื้นฐานที่ดีของปัจจุบัน ปัจจุบันที่ดี ย่อมเป็นพื้นฐานที่ดีของอนาคต.."
หน้าหลัก | My Life Story | Gallery | การศึกษา | การทำงาน | ผลงานวิชาการ | การฝึกอบรม | ผลงานความสำเร็จ | วิทยากร | ความทรงจำที่ยิ่งใหญ่ | ฟังเพลง |
 

 

 

 

 

16 ม.ค.นี้ เปิดค้นความหมายผู้ให้ปัญญากับที่มาของวันครู

 

คำขวัญวันครูประจำปี 2553

“น้อมจิตวันทา บูชาคุณครู กตัญญูกตเวที”

 

 

 

ครู นับเป็นปูชนียบุคคลที่มีความสำคัญอย่างมากต่อสังคม  ด้วยว่า

 “ครู” นอกจากจะมีความหมายถึง ผู้อบรมสั่งสอน  ผู้ถ่ายทอดความรู้  เป็นผู้สร้างสรรค์

ภูมิปัญญา และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองของสังคมและประเทศ

ชาติแล้ว ครูยังทำหน้าที่เป็นผู้คอยตักเตือน ชี้แนะสิ่งต่างๆ แก่ศิษย์  ซึ่งล้วนแล้วแต่คุณค่า

เพื่อให้ศิษย์ได้ศึกษาเรียนรู้ ทั้งในด้านวิชาการ ประสบการณ์ ตลอดจนวิชาชีพ

ผู้ที่จะเป็นครูได้นั้น  ต้องเป็นผู้มีความเสียสละอย่างมาก เพราะการที่จะอบรมสั่งสอนศิษย์

ให้เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ในสังคมได้  ไม่เพียงแต่ครูจะต้องถ่ายทอดวิชาความรู้ให้เท่านั้น

แต่ต้องสอนสั่งให้ศิษย์เป็นคนดี เป็นคนมีคุณภาพของสังคม ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้ทั้งเวลา

และการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด ครูจึงมีพระคุณเปรียบประดุจพ่อแม่คนที่สองของเรา      

ในหนังสือวันสำคัญ โครงการปีรณรงค์วัฒนธรรมไทยฯ ของสำนักงานคณะกรรมการ

วัฒนธรรมแห่งชาติ  ได้กล่าวถึง ความเป็นมาของ “วันครู” ว่าสืบเนื่องมาจากในปี พ.ศ. 2499

จอมพล ป. พิบูลสงคราม  นายกรัฐมนตรี ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานกรรมการอำนวยการ

คุรุสภากิตติมศักดิ์ด้วยในสมัยนั้น  ได้กล่าวปราศรัยต่อที่ประชุมครูทั่วประเทศ

ถึงแนวความคิดที่จะกำหนดให้มีวันครูขึ้น  ด้วยเห็นว่าครูเป็นผู้มีบุญคุณเป็นผู้ให้แสงสว่าง

แก่ชีวิต จึงควรมีสักวันหนึ่งที่จะให้ศิษย์ทั้งหลายได้แสดงความเคารพสักการะต่อบรรดาครู

ผู้มีพระคุณ  ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับความคิดเห็นของครูทั่วไป  ดังนั้น

ในวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้ทุกวันที่ 16 มกราคมของทุกปี

เป็น “วันครู”  โดยถือเอาวันที่ประกาศพระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษา

เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2488 เป็นวันครู  และให้กระทรวงศึกษาธิการสั่งการ

ให้นักเรียน และครูหยุดในวันดังกล่าวได้
การจัดงาน “วันครู” มีขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2500 ณ กรีฑาสถานแห่งชาติ

โดยมีหลักการว่าให้มีอนุสรณ์งานวันครู ไว้แก่อนุชนรุ่นหลังทุกปี ซึ่งอนุสรณ์สำคัญก็ได้แก่

หนังสือประวัติวันครู  หนังสือที่ระลึกวันครู และสิ่งก่อสร้างเป็นถาวรวัตถุ ต่อมาการจัดงาน

วันครูก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงกิจกรรม ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมเรื่อยมา

จนปัจจุบันรูปแบบสำคัญมักจะประกอบด้วย  กิจกรรมทางศาสนา  พิธีรำลึกถึงพระคุณ

บูรพาจารย์ การกล่าวปฏิญาณตน  การกล่าวรำลึกถึงพระคุณบูราพาจารย์ และกิจกรรม

เพื่อความสามัคคีระหว่างผู้ประกอบอาชีพครู  เป็นต้น

สำหรับดอกไม้ประจำวันครู คือ “ดอกกล้วยไม้” โดยพิจารณาเห็นว่าคุณลักษณะ

ของดอกกล้วยไม้ มีลักษณะและความหมายคล้ายคลึงกับสภาพชีวิตครู นั่นคือ กว่ากล้วยไม้

แต่ละช่อจะผลิดอกออกผลให้เราชื่นชมได้ ต้องใช้เวลานานและต้องการดูแลเอาใจใส่ไม่น้อย

เช่นเดียวกับครูแต่ละคน กว่าจะสั่งสอนเคี่ยวเข็ญศิษย์คนแล้วคนเล่าให้มีความเจริญ

งอกงามก้าวหน้าในชีวิตได้  ก็ต้องใช้เวลาอบรมสั่งสอนมิใช่น้อยเช่นกัน นอกจากนี้ กล้วยไม้

ยังเป็นพืชที่อยู่ในที่สูงทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศ ไม่ร่วงโรยง่าย  เปรียบเสมือนครูที่อยู่

ทั่วแดนไทยที่ต้องอดทนต่อสู้เพื่ออุดมการณ์และอุทิศตนเพื่อการศึกษาของชาติ

ดังคำกลอนของ หม่อนหลวงปิ่น มาลากุล ศิลปินแห่งชาติ  ที่ว่า

“กล้วยไม้มีดอกช้า           ฉันใด
การศึกษาเป็นไป              เช่นนั้น
แต่ดอกออกคราวใด         งานเด่น
การศึกษาปลูกปั้น         เสร็จแล้วแสนงาม”


พระพุทธเจ้าได้เปรียบครูว่า เป็นดังทิศเบื้องขวา  ผู้ซึ่งมีหน้าที่อนุเคราะห์ต่อศิษย์ดังนี้
1 แนะนำฝึกอบรมให้เป็นคนดี    
2.สอนให้เข้าใจแจ่มแจ้ง 
3.สอนศิลปวิทยาให้สิ้นเชิง    
4.ส่งเสริมยกย่องความดีงามความสามารถให้ปรากฏ
5.สร้างเครื่องคุ้มภัยในสารทิศ  คือ สอนฝึกให้สามารถใช้วิชาเลี้ยงชีพ  และรู้จักดำรงรักษาตน ในอันที่จะดำเนินชีวิตต่อไปด้วยดี

งานของครู นั้น เป็นงานหนัก และเป็นงานที่มีความสำคัญต่อบ้านเมืองเป็นอย่างยิ่ง

เพราะเป็นงานสร้างคน โดยเฉพาะการสร้าง “คนดี” อันจะเป็นเสมือน “ต้นกล้า”ที่มีคุณภาพ

ให้แก่แผ่นดินในอนาคต ในรอบปีที่ผ่านมา มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้น และส่งผลกระทบ

ต่อวิชาชีพครูไม่น้อย  หลายปัจจัยอาจจะทำให้ครูหลายท่านเกิดความท้อแท้  ขาดกำลังใจ

ดังนั้น ในโอกาสวันที่ 16 มกราคม อันเป็น “วันครู” จะได้เวียนมาบรรจบครบอีกปีหนึ่ง

กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม

จึงขอเชิญชวนพวกเราทุกคน  ซึ่งล้วนเคยผ่านการเป็นลูกศิษย์ลูกหาของครูมามากมาย

หลายท่าน  ผ่านความรักความผูกพันที่ท่านได้มอบให้ด้วยความจริงใจ  และความปรารถนาดี

มาโดยตลอด  ได้ร่วมส่งกำลังใจให้แก่ครูทุกท่าน  พร้อมรำลึกถึงพระคุณของท่านด้วยการ

แสดงความรักและความกตัญญูกตเวที  เช่น  ส่งบัตรอวยพรถึงท่าน  โทรศัพท์ไปแสดง

ความระลึกถึง  ซื้อของกินของใช้ไปให้ท่าน นัดเพื่อนรุ่นเดียวกันไปเยี่ยม  พาลูกหลาน

ไปกราบคารวะท่านตามควรแก่โอกาส  เป็นต้น 

“ครูดีเป็นศรีแผ่นดิน  ศิษย์ทั่วถิ่นศรัทธาบูชาครู” (คำขวัญวันครู ปี 2549)

แหล่งข้อมูล : สำนักข่าวไทย อ.ส.ม.ท.
 

 


PONGSAK BOONPHAKDEE

M.Ed.(Educational Technology and Communications)

boonphakdee@yahoo.com , boonphakdee@gmail.com  Tel. 0-1785-2530

DEPARTMENT OF BUSINESS COMPUTER  SUKHOTHAI POLYTECHNIC COLLEGE